หน้าแรก
        ประวัติวัดสันติวรญาณ
        ประวัติหลวงปู่อ่ำ ธมฺมกาโม
        ธรรมะหลวงปู่อ่ำ ธมฺมกาโม
        กิจกรรม
        ข่าวสาร
        เกี่ยวกับผู้จัดทำ
        แผนที่ไปวัดสันติวรญาณ
        ปฏิทิน
        หน้าวิชาการ

 

 งานกฐินวัดหลวงปู่อ่ำ ธมฺมกาโม วันที่ 16 ตุลาคม พ.ศ.2554
 
วัดสันติวรญาณ ต.วังศาล อ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์
ประธานฝ่ายฆราวาส  พ.ต.อ.ธราธร - ประสานสุข  พิบูลย์
ยอดกฐินรวมเป็นเงิน 765,000 บาท


































ประธานฝ่ายฆราวาส  พ.ต.อ.ธราธร - ประสานสุข  พิบูลย์



ประธานฝ่ายฆราวาส  พ.ต.อ.ธราธร - ประสานสุข  พิบูลย์























































ประธานฝ่ายฆราวาส  พ.ต.อ.ธราธร - ประสานสุข  พิบูลย์

หลวงปู่อ่ำ ธมฺมกาโม









ประธานฝ่ายฆราวาส  พ.ต.อ.ธราธร - ประสานสุข  พิบูลย์





ประธานฝ่ายฆราวาส  พ.ต.อ.ธราธร - ประสานสุข  พิบูลย์

ประธานฝ่ายฆราวาส  พ.ต.อ.ธราธร - ประสานสุข  พิบูลย์

                           ความรู้เรื่องกฐิน
 
พิธีทอดกฐิน เป็นงานบุญที่มีปีละครั้ง ท่านจึงจัดเป็นกาลทาน แปลว่า "ถวายตามกาลสมัย" คำว่า "กฐิน" มีความหมายที่เกี่ยวข้องกันอยู่หลายความหมายดังนี้
          กฐินที่เป็นชื่อของกรอบไม้ กรอบไม้แม่แบบสำหรับทำจีวร  ซึ่งอาจเรียกว่าสะดึงก็ได้  เนื่องจากในครั้งพุทธกาล  การทำจีวรให้มีรูปลักษณะตามที่กำหนด  กระทำได้โดยยาก  จึงต้องทำกรอบไม้สำเร็จรูปไว้  เพื่อเป็นอุปกรณ์สำคัญในการทำเป็นผ้านุ่ง หรือผ้าห่ม  หรือผ้าห่มซ้อนที่เรียกว่าจีวรเป็นส่วนรวม  ผืนใดผืนหนึ่งก็ได้  ในภาษาไทยนิยมเรียก ผ้านุ่ง ว่า สบง   ผ้าห่ม ว่า จีวร และ ผ้าห่มซ้อน ว่า สังฆาฏิ
          การทำผ้าโดยอาศัยแม่แบบเช่นนี้  คือทาบผ้าลงไปกับแม่แบบแล้วตัดเย็บย้อม  ทำให้เสร็จในวันนั้นด้วยความสามัคคีของสงฆ์  เป็นการร่วมใจกันทำกิจที่เกิดขึ้น และเมื่อทำเสร็จ หรือพ้นกำหนดกาลแล้ว  แม่แบบหรือกฐินนั้นก็รื้อเก็บไว้ใช้ในการทำผ้าเช่นนั้นในปีต่อๆ ไป  การรื้อแบบไม้นี้เรียกว่า เดาะ ฉะนั้น คำว่า กฐินเดาะ หรือ เดาะกฐิน จึงหมายถึงการรื้อไม้แม่แบบเพื่อเก็บไว้ใช้ในโอกาสหน้า
          กฐินที่เป็นชื่อของผ้า หมายถึงผ้าที่ถวายให้เป็นกฐินภายในกำหนดกาล  1  เดือน นับตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ถึง วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ผ้าที่จะถวายนั้นจะเป็นผ้าใหม่  หรือผ้าเทียมใหม่ เช่น ผ้าฟอกสะอาด หรือผ้าเก่า หรือผ้าบังสุกุล คือผ้าที่เขาทิ้งแล้ว และเป็นผ้าเปื้อนฝุ่นหรือผ้าตกตามร้านก็ได้  ผู้ถวายจะเป็นคฤหัสถ์ก็ได้  เป็นภิกษุหรือสามเณรก็ได้  ถวายแก่สงฆ์แล้วก็เป็นอันใช้ได้
          กฐินที่เป็นชื่อของบุญกิริยา คือการทำบุญ คือการถวายผ้ากฐินเป็นทานแก่พระสงฆ์ผู้จำพรรษาอยู่ในวัดใดวัดหนึ่ง ครบ 3 เดือน เพื่อสงเคราะห์ผู้ประพฤติปฏิบัติชอบให้มีผ้านุ่งหรือผ้าห่มใหม่ จะได้ใช้ผลัดเปลี่ยนของเก่าที่จะขาดหรือชำรุด  การทำบุญถวายผ้ากฐิน หรือที่เรียกว่า ทอดกฐิน คือทอดหรือวางผ้าลงไป  แล้วกล่าวคำว่าถวายในท่ามกลางสงฆ์ เรียกได้ว่าเป็น กาลทาน คือการถวายก่อนหน้านั้น หรือหลังจากนั้นไม่เป็นกฐิน ท่านจึงถือโอกาสทำได้ยาก
          กฐินที่เป็นชื่อของสังฆกรรม คือกิจกรรมของสงฆ์ก็จะต้องมีการสวดประกาศขอรับความเห็นชอบจากที่ประชุมสงฆ์ ในการมอบผ้ากฐินให้แก่ภิกษุรูปใดรูปหนึ่ง เมื่อทำจีวรสำเร็จแล้วด้วยความร่วมมือของภิกษุทั้งหลาย  ก็จะได้เป็นโอกาสให้ได้ช่วยกันทำจีวรของภิกษุรูปอื่น ขยายเวลาทำจีวรได้อีก 4 เดือน ทั้งนี้เพราะในสมัยพุทธกาลการหาผ้า การทำจีวรทำได้โดยยาก ไม่ทรงอนุญาตให้เก็บสะสมผ้าไว้เกิน 10 วัน แต่เมื่อได้ช่วยกันทำสังฆกรรม  เรื่องกฐินแล้วอนุญาตให้แสวงหาผ้าและเก็บไว้ทำเป็นจีวรได้จนตลอดฤดูหนาว  คือจนถึงวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 4
          จากความหมายข้างต้นจะเห็นว่า มีความเกี่ยวข้องกัน 4 ประการ เมื่อสงฆ์ทำสังฆกรรมเรื่องกฐินเสร็จแล้ว และประชุมกันอนุโมทนากฐิน คือแสดงความพอใจ ว่าได้ กรานกฐิน เสร็จแล้วก็เป็นอันเสร็จพิธี คำว่า กรานกฐิน คือการลาดผ้า หรือทาบผ้าลงไปกับกรอบไม้แม่แบบเพื่อตัด เย็บ ย้อม ทำเป็นจีวรผืนใดผืนหนึ่ง
          ยังมีคำอีกคำหนึ่ง ที่เราได้ยินกันก่อนจะมีการทำบุญกฐิน คือ การจองกฐิน หมายถึงการแสดงความจำนงเป็นลายลักษณ์อักษร หรือด้วยวาจาต่อทางวัดว่าจะนำกฐินมาถวาย เมื่อนั้นแล้วแต่จะตกลงกัน แต่จะต้องภายในเขตเวลา 1 เดือน ตามที่กำหนดในพระวินัย (ตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12)
          อีกคำหนึ่งที่จะได้ยินในขณะที่มีพิธีการทอดกฐิน คือคำว่า อปโลกน์กฐิน หมายถึงการที่ภิกษุรูปใด รูปหนึ่ง  เสนอขึ้นในที่ประชุมสงฆ์  ถามความเห็นชอบว่าควรมีการกรานกฐินหรือไม่ เมื่อเห็นชอบร่วมกันแล้ว  จึงหารือกันต่อไปว่า ผ้าที่ทำสำเร็จแล้ว ควรถวายแก่ภิกษุรูปใด การปรึกษาหารือการเสนอความเห็นเช่นนี้เรียกว่า อปโลกน์ (อ่านว่า อะ-ปะ-โหลก) หมายถึง การช่วยกันมองดูว่าจะสมควรอย่างไร เพียงเท่านี้ก็ยังใช้ไม่ได้ เมื่ออปโลกน์เสร็จแล้วต้องสวดประกาศเป็นการสงฆ์ จึงนับว่าเป็นสังฆกรรม เรื่องกฐินดังกล่าวไว้แล้วในตอนต้น
          ในปัจจุบัน มีผู้ถวายผ้ามากขึ้น มีผู้สามารถตัดเย็บย้อมผ้าที่จะทำเป็นจีวรได้แพร่หลายขึ้น การใช้ไม้แม่แบบอย่างเก่าจึงเลิกไป เพียงแต่รักษาชื่อและประเพณีไว้โดยไม่ต้องใช้กรอบไม้แม่แบบ เพียงถวายผ้าขาวให้ตัดเย็บย้อมให้เสร็จในวันนั้น หรืออีกอย่างหนึ่งนำผ้าสำเร็จรูปมาถวายก็เรียกว่าถวายผ้ากฐินเหมือนกัน  และเนื่องจากยังมีประเพณีนิยมถวายผ้ากฐินกันแพร่หลายไปทั่วประเทศไทยจึงนับว่าเป็นประเพณีนิยมในการบำเพ็ญกุศล เรื่องกฐินนี้ยังขึ้นหน้าขึ้นตาเป็นสาธารณประโยชน์ร่วมไปกับการบูรณะปฏิสังขรณ์วัดวาอารามไปในขณะเดียวกัน

หน้าแรก

คลิกขึ้นบน